Albert Einstein อัจฉริยะแห่งยุคถึงกับเคยกล่าวว่า ดอกเบี้ยทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ซึ่งยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเราฝากเงินได้ดอกเบี้ย 10 % ต่อปีไม่ทบต้น ต้องใช้เวลา 10 ปีในการทำให้เงินนั้นเป็นสองเท่า แต่ถ้าเป็นดอกเบี้ยทบต้นนั้น เราใช้เวลาเพียง 7 ปี กับอีก 2 /10 ของปี เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นหากเราสามารถทำให้เงินนั้นงอกเงยในอัตราเท่าเดิมแบบทบต้นไปเรื่อยๆ ยิ่งจะทำให้เงินนั้นงอกเงยขึ้นอย่างทวีคูณ เช่น ถ้าหากเราออมเงินเดือนละ 2000 บาท เป็นเวลา 10 ปี ตั้งแต่อายุ 20 - 30 โดยเงินก้อนนี้เราสามารถทำให้งอกเงยโดยไม่ถอนออกมาใช้ในอัตรา 20 % ต่อปี เราจะมีเงินถึง 358,046,941 บาท เมื่ออายุ 60 ปี!! โดยเป็นเงินต้น 240,000 บาท แต่เป็นดอกเบี้ยถึง 357,806,941 บาท !!

    แบบนี้จะไม่เริ่มออมกันได้ยังไงคร๊าบ

ปล.เรื่องบทความการลงทุนผมจะเอามาลงให้เรื่อยๆนะครับ คอยติดตามกันต่อไป

ทดลองคำนวณดอกเบี้ยทบต้นได้ที่

http://edu.tsi-thailand.org/index.php?option=com_wrapper&Itemid=87

 

zSty!e

edit @ 25 Feb 2009 23:29:31 by zStyle

edit @ 25 Feb 2009 23:49:59 by zStyle

edit @ 25 Feb 2009 23:50:42 by zStyle

Trickzter

Trickzter Club
ถ้ามีใครซักคนบนโลกทำได้ เราก็ทำได้เหมือนกัน
  
      ผมเคยเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีความสามารถอะไรเลยในชีวิต จะมีก็แต่ผลการเรียนดีนิดๆหน่อยที่พอกลบเกลื่อนความขี้เกียจส่งงานของ ผมผ่านชั้นประถมมาด้วยผลการเรียนอันดับไม่เกิน 10ของโรงเรียนโดยผมแทบจะไม่ส่งงานเลยซักชิ้นเดียว จนคุณครูเรียกผู้ปกครองมาพบ (ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะครับ) ผมคิดว่าวิธีการเรียนที่ดีที่สุดคือการตั้งใจเรียนในห้องแล้วก็ไปปลดปล่อยข้างนอกและสิ่งที่จำเป็นที่สุดไม่ใช่สมอง แต่เป็นแรงบัลดาลใจ พอถึงตอนเที่ยงผมกับเพื่อนๆ ต้องหาลูกบอลมาเตะให้ได้ทันทีหลังจากกินข้าว มีคนบอกว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่นิยมที่สุดในโลก นั่นก็เป็นเพราะว่า ฟุตบอลมีกติกาที่เรียบง่ายพอที่จะให้เด็กประถมต้นเข้าใจ แต่ก็ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึงได้ง่ายๆ ลูกฟุตบอลหนึ่งลูกกับคนอีก 22 คนได้สร้างธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างหนึ่งขึ้นมา
 
      ผมเคยอ่านหนังสือของ Randy Pausch ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2006 ชื่อ The last lecture ซึ่งแปลโดยคุณหนูดี ในบทหนึ่งของหนังสือเขียนถึงความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งในชีวิตของเขาคือการเล่น(อเมริกัน)ฟุตบอลอาชีพ พอชบอกว่าเขาเคยมีครูฝึกคนหนึ่งชื่อแกรห์ม โค้ชแกรห์มไม่เคยให้พวกเข้าแตะต้องลูกบอลเลยเป็นเวลานาน สิ่งที่โค้ชแกรห์มพยายามจะบอกเข้าก็คือ "เมื่อมีลูกฟุตบอลแค่หนึ่งลูกก็จะมีผู้ได้บอลแค่หนึ่งคน ฉะนั้นเราจะมาเรียนรู้สิ่งที่อีก 21 คนที่เหลือต้องทำ" ซึ่งถือเป็นการสอนที่ยอมเยี่ยมชิ้นหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงวิธีคิดและมุมมองที่แตกต่างได้อย่างเหลือเชื่อ หนังสือของ Randy Pausch เล่มนี้ผมอยากจะแนะนำให้ทุกๆคนที่เกิดมาบนโลกอ่าน มันเป็นหนังสือที่พูดถึงการปาฐกถา หรือการเลคเชอร์ครั้งสุดท้ายของคนใกล้ตายอย่างพอช และเข้าก็ได้แสดงถึงการมองโลกในแง่ดีอย่างยอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาได้ฝากให้ทุกคนที่รับรู้ถึงเลคเชอร์ของเขาว่า ทุกๆคนควรจะรับผิดชอบความฝันในวัยเด็กของตัวเอง
 
    ผมเองก็มีความฝัน หนึ่งในความใฝ่ฝันของผมก็คืออยากมีความสามารถพิเศษเยอะๆ ผมอยากเป็นคนที่เก่งกาจแล้วในวันนี้ผมก็กำัลังทำมันอยู่ ผมมีชมรมเล็กๆอย่างไม่เป็นทางการของตัวเองชื่อ Trickzter ซึ่งเป็นชมรมที่รวบรวมบุคคลที่อยากมีและมีความสามารถพิเศษหลายๆด้าน และตอนนี้ผมกำลังรวบรวมสมาชิกอยู่ คติของชมรมผมก็คือ
" ถ้ามีใครซักคนบนโลกทำได้ เราก็ทำได้เหมือนกัน "
     ชมรมของเราไม่จำกัดความสามารถพิเศษเลยนะครับ แล้วก็อยากให้มาแบ่งปันกัน ตอนนี้ผมพึ่งจบชั้นม.6 และจะไปเรียนต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำหรับใครที่อยู่จังหวัดใกล้ๆก็จะได้รวมตัวกันง่ายๆหน่อย ส่วนที่ กทม บ้านผมอยู่แถวๆรังสิตนะครับ แต่ไปไม่ค่อยบ่อย ถ้ามีสมาชิกเยอะๆแล้วเราก็จะจัดมีตติ้งกัน หลักๆก็คงเป็น ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 
      ส่วนรูปข้างบนนั้นเป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างถนัดซึ่งถ้าอยากให้สอนให้ก็ได้นะครับ แต่ผมอาจไม่เก่งเท่าไหร่ ฮ่าๆ ที่ถนัดมากๆหน่อยก็มี เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หมากรุกไทย เกมDotAและWarcraft3:TFT Rubik's Cube BBoy Parkour มายากลฝีมือ ตอนนี้กำลังฝึกการจำไพ่ทั้งสำรับที่เรียกว่า Speed Card
 
อย่าลืมนะครับ "ถ้ามีใครซักคนบนโลกทำได้ เราก็ทำได้เหมือนกัน"  แล้วก็อย่าละทิ้งความฝันวัยเด็กของตัวเองนะครับ เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ฝันได้
 
ใครอยากเข้าชมรมก็โพสเมล์ไว้นะครับ
zStyle

edit @ 24 Feb 2009 20:27:08 by zStyle

edit @ 24 Feb 2009 20:28:39 by zStyle

edit @ 24 Feb 2009 20:29:16 by zStyle

edit @ 24 Feb 2009 20:30:16 by zStyle

edit @ 24 Feb 2009 20:30:48 by zStyle